บทที่ 3 ตอนที่3.
ภายในห้องประชุมใหญ่
พนักงานหลายสิบคนกำลังนั่งฟังท่านประธานประชุมเรื่องยอดขายประจำปีที่พุ่งแรงกว่าปีไหนๆ จนมีข่าวดังแว่วมาว่าปีนี้อาจจะได้โบนัสเพิ่มขึ้นอีกด้วย แล้วมันก็เป็นอย่างที่ได้ยินข่าวมาจริงๆ ท่านประธานหนุ่มใจดี แจกโบนัสให้เพิ่มแล้วยังมีของขวัญปีใหม่ให้กับพนักงานทุกคนอีกด้วย
“แกต้องได้โบนัสเยอะแน่ๆ กลับบ้านพร้อมยามเกือบทุกวัน”
พันธิภาหันไปแซวเพื่อนรักด้วยท่าทางดีใจ แต่เธอหารู้ว่าเพื่อนของเธอไม่ได้ดีใจเลยที่ได้เงินเพิ่ม แต่เธอดีใจที่ได้เจอใครบางคนมากกว่า
“ผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ”
ปรเมศกล่าวจบการประชุมก่อนจะเดินออกจสกห้องประชุมไปพร้อมกับเลขาสาวสวย
“บอสหล่อแล้วยังใจดีอีกอะ พ่อของลูกชัดๆ”
พันธิพาหันมากรี๊ดกร๊าดกับเมธิตา แต่คำพูดของพันธิพากลับทำให้เมธิตาน้อยใจขึ้นมา เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อวาน
“ฉันไปเคลียร์งานต่อก่อนนะ”
“งานอีกแล้ว แบบนี้ไงแกถึงเหมาะกับตำแหน่งพนักงานดีเด่นของปีนี้”
พันธิภาพูดออกมาอย่างจริงใจ ทุกปีพนักงานของแต่ละแผนกจะมีคนที่เหมาะสมได้รับตำแหน่งนี้ ซึ่งปีนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเมธิตา ที่ทำงานที่นี้ครบหนึ่งปีพอดี
“แกก็พูดเกินไป ฉันแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นแหละ”
‘แล้วก็ทำตามหัวใจด้วย’
ประโยคหลังเมธิตาคิดในใจ ก่อนจะเดินมาถึงโต๊ะทำงาน ที่มีงานกองรอเต็มหน้า ยิ่งจะใกล้สิ้นปี งานก็ยิ่งเยอะ
.
.
.
“เมจ๊ะเอกสารที่พี่ฝากให้บอสเซ็นได้หรือยังจ๊ะ”
“ได้แล้วค่ะ คุณแพรวเอามาวางไว้ที่โต๊ะตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
เมธิตาหันไปบอกพรทิพย์รองผู้จัดการแล้วหันกลับมามองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตามเคย
“จ๊ะ ขอบใจมาก”
“เมจ๊ะส่งรายงานของเดือนที่แล้วเข้าเมล์ให้พี่หน่อยจ๊ะ”
คราวนี้เป็นเสียงผู้จัดการสั่งบ้าง
“ได้ค่ะ”
เมธิตารีบส่งให้ทันที ไม่ว่าจะเป็นไฟล์งานของใคร เธอก็มีหมด แล้วส่วนมากงานที่เธอกำลังยุ่งอยู่ ไม่ใช่งานที่เธอต้องทำด้วยซ้ำ
“เมกันหน้ามานี่ซิ”
พันธิมาเดินมายืนข้างๆเมธิตาพร้อมเครื่องสำอางชิ้นใหม่ที่พึ่งไปซื้อมาเมื่อวาน
“มีอะไรเหรอ”
“เงยหน้าขึ้นหน่อย”
พันธิภาไม่รอช้าจับคางมนให้เวยหน้าขึ้น พร้อมใช้แป้งปัดแก้มเตะลงที่แก้มเนียนที่ไร้เครื่องสำอาง
“ทำอะไรของเธอ ฉันทำงานอยู่นะ”
“แปปเดียวน่า ชิ้นนี้คนตามหากันเยอะเลยนะ ฉันไปตั้งหลายรอบ พึ่งจะได้มาเนี่ย บอกเลยว่าเลิศมาก”
“แต่ฉันไม่ชอบแต่งหน้า”
“ไม่ชอบก็ต้องทำ ไม่เคยได้ยินเหรอ ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะเครื่องสำอางหน่ะ”
“เพราะแต่งป่ะ?”
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ หัดแต่งหน้าซะบ้าง”
พันธิพาใช้ลิปสีสวยที่พึ่งซื้อมาใหม่เหมือนกันทาลงไปที่ริมฝีปากบางได้รูป
“ฉันยกให้สีนี้เข้ากับเธอเลยนะ ทาทุกวันด้วยหล่ะ เผื่อจะถูกตาหนุ่มๆบ้าง”
“แต่ฉันไม่...”
“ไม่ชอบก็ต้องทา จะปล่อยหน้าจืดแบบนี้ไปตลอดหรือไง“
เมธิตาเก็บของที่เพื่อนรักให้มาลงกระเป๋า ก่อนจะสนใจงานตรงหน้าต่อ โดยที่ไม่ดูเลยว่าหน้าตัวเองเป็นยังไง เพราะเธอไว้ใจฝีมือการแต่งหน้าของเพื่อนรักอยู่แล้ว
.
.
ก็อกๆๆๆๆ
เมธิตายืนรอตรงหน้าพร้อมเอกสารในมือตามเคย แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือสีชมพูอ่อนๆที่แก้มกับลิปสีพีชที่ปาก แต่เธอมัวแต่สนใจงานจนลืมไปเลยว่าตัวเองถูกจับแต่งหน้ามา
“เชิญครับ”
เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตเมธิตาก็รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้ง แต่เธอก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของคนที่แอบรัก
เมธิตาวางเอกสารไว้ที่เดิมเหมือนทุกๆวัน ก่อนจะหันหลังกลับ
“คุณเมธิตา”
ตึก
ตึก
ตึก
ใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นมา ตัวแข็งทื่อ ขาเรียวก้าวทาแทบไม่ออกเมื่อได้ยินเค้าเรียกชื่อของเธอ
“ค่ะท่านประธาน”
เมธิตาเป็นคนเดียวก็ว่าได้ที่เรียกเฝปรเมศว่าท่านประธาน เมธิตาหันมายิ้มด้วยหัวใจที่เต้นแรง
“คุณแต่งหน้าด้วยเหรอ”
ปรเมศพึ่งสังเกตถามเพราะผิดสังเกต ปกติเคยเมธิตาไม่เคยแต่งหน้า
“ค่ะ”
“สวยดีนะครับ คุณน่าจะทำมันบ่อยๆ”
ตึก
ตึก
ตึก
“ขะ.. ขอบคุณค่ะ”
เมธิตาพูดออกไปติดขัด ตอนนี้เธออยากจะกรี๊ดออกมาให้หายเขินอาย แต่คงไม่ดีแน่เพราะท่านประธานของเธออาจจะมองไม่ดี
“ผมแค่สงสัยว่าคุณกลับบ้านเวลานี้ทุกวันเลยเหรอ”
“ค่ะ”
“งั้นก็กลับบ้านดีๆนะครับ ผมก็จะกลับแล้วเหมือนกัน”
“ค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
คราวนี้เมธิตาไม่รอคำตอบเธอรีบหันหลังแล้วเดินออกมาทันที
“อือ!!!!อร๊าย!!!!”
พอประตูปิดลง เมธิตาก็เอามือปิดปากตัวเงอแล้วกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ จะร้องเสียงดังก็ไม่ได้ กลัวคนในห้องจะตกใจตื่นเอา
‘ทำใจดีๆไว้ยัยเม พรุ่งนี้แกต้องแต่งหน้ามาซะแล้ว’
เมธิตาเดินยิ้มร่ามาตามทาง แล้วกลับบ้านอย่างมีความสุข
